เว็บบอร์ด ไทยเกษตรศาสตร์ : แลกเปลี่ยนความรู้ และปรึกษาปัญหาด้านการเกษตร

แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเกษตร => กสิกรรม : การเพาะปลูก ทำไร่ ทำนา ทำสวน พืชผักสวนครัว => Topic started by: admin on 21 Dec- 09:45 am

Title: ประโยชน์ของสมุนไพร - ดอกดาวเรือง
Post by: admin on 21 Dec- 09:45 am
ดาวเรือง

ชื่ออื่น ดาวเรืองใหญ่(ไทย) คำปู้จู้ คำปู้จู้หลวง(พายัพ) บ่วงสิ่วเก็ก เฉาหู้ยัง กิมเก็ก(จีน)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Tagetes erecta L. วงศ์ Compositae

ลักษณะต้น เป็นพืชปีเดียวตาย ลำต้นแข็งแรงสูง 0.4-1 เมตรเป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก ทั้งต้นขยี้ดูจะมีกลิ่นฉุนแรง ใบออกตรงข้ามกัน ใบลักษณะคล้ายขนนก ตัวใบยาว 4-11 ซม. มีรอยเว้าลึก ๆ ถึงก้านใบ หลายรอยคล้ายแบ่งตัวใบออกเป็นใบย่อยหลายใบ ส่วนยอดนี้ยาว 1-2.5 ซม. ขอบมีรอยหยักช่อดอกออกเป็นกลุ่มเดียวที่ปลายก้าน ช่อดอกสีเหลือง หรือเหลืองส้มมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 ซม. ยาว 2.5-3.5 ซม.มีก้านช่อดอกยาวแข็งแรง  ส่วนปลายที่ติดกับช่อดอกจะใหญ่ขึ้น กลีบรอง ช่อดอกสีเขียวมีหลายกลีบ ดอกย่อยสีเหลืองอ่อน หรือเหลืองเข้มมีดอกย่อยลักษณะคล้ายลิ้นจี่จำนวนมาก และบานแผ่ยาวออกมามากดูคล้ายกลีบดอกซ้อน ๆ กัน หลายชั้น แผ่ยื่นออกมา ปลายม้วนลง ดอกย่อยคล้ายลิ้นมีกลีบดอกยาว ๆ 1-4 กลีบ กับดอกย่อยที่เป็นหลอดมีกลีบดอกเป็นเกล็ดเล็ก ๆ 2-3 กลีบ ผลลักษณะเป็นเส้นตรงบาง ๆ ยาว 6-7 มม.  มักออกดอกในฤดูหนาว โดยทั่วไปปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นพืชที่ชอบแสงแดด

การเก็บมาใช้

ใบและช่อดอกเก็บตอนฤดูร้อน และฤดูหนาว ตากแห้งเก็บไว้ใช้หรืออาจใช้สด

(http://forums.thaikasetsart.com/index.php?action=dlattach;topic=27.0;attach=9)

สรรพคุณ

ช่อดอก รสขม ฉุนเล็กน้อยใช้กล่อมตับขับร้อน ขับลม ละลายเสมหะ แก้เวียนหัว ตาเจ็บ ไอหวัด ไอกรน เต้านมอักเสบ คางทูม และเรียกเนื้อ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น

ใบ  รสชุ่ม เย็น มีกลิ่นฉุน ใช้แก้ฝีฝักบัว ฝีพุพอง เด็กเป็นตานขโมย ตุ่มมีหนองบวมอักเสบโดยไม่รู้สาเหตุ

วิธีและปริมาณที่ใช้

ช่อดอกแห้ง 3-10 กรัม ต้มน้ำกิน ใช้ภายนอกต้มเอาน้ำชะล้างบริเวณที่เป็น

ใบแห้ง 5-10 กรัม ต้มน้ำกิน ใช้ภายนอกตำพอก หรือต้ม เอาน้ำชะล้างบริเวณที่เป็น

ตำรับยา

1.  แก้ไอกรน  ใช้ช่อดอกสด 15 ช่อ ต้มเอาน้ำมาผสมน้ำตาลแดงกิน

2.  แก้หลอดลมอักเสบ ใช้ช่อดอกสด 30 กรัม กับจุยเฉี่ยวเอื้อง (Inula Helianthus-aquatilis C.Y. Wuex Ling) สด 10 กรัม และจี๋อ้วง (Astertataricus L.F.) สด 7 กรัม ต้มน้ำกิน

3. แก้เต้านมอักเสบ  ใช้ช่อดอกแห้งเต่งเล้า (paris petiolata Bak. ex. Forb.) แห้งและดอกสายน้ำฝึ้ง (Lonicera japonica Thunb) แห้งอย่างละเท่า ๆ กัน บดเป็นผงผสมน้ำส้มสายชูทาบริเวณที่เป็น

4.  แก้ปวดฟัน ตาเจ็บ ใช้ช่อดอกแห้ง 10 กรัม ต้มน้ำกิน

ผลทางเภสัชวิทยา

1.  ในใบมี Kaempferitrin มีฤทธิ์แก้อักเสบให้หนูตะเภากินขนาด 50 มก./กก. ของน้ำหนักตัวจะทำให้หลอดเลือดฝอยตีบตันทำให้เลือดหยุด เนื้อหนังเจริญดีขึ้น มีฤทธิ์แรงกว่ารูติน (Rutin) และมีปริมาณวิตามินพี (Vitamin P) ค่อนข้างสูง นอกจากนี้สารนี้ยังสามารถลดการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก ที่แยกจากตัวของกระต่าย ทำให้จังหวะการบีบตัวลดลง

2.  ดอกมีกลิ่นหอมใช้แต่งกลิ่นได้ เคยใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค  และสงบประสาท เช่นเดียวกับต้น Tagetes minuta L. (T. glandif lora) ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์สงบประสาท ลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด หลอดลม และแก้อักเสบ

สารเคมีที่พบ

ช่อดอกมี Flavonoid glycosides, tagetiin 0.1% และสารเรืองแสง Terthienyl 15-21 มก. / กก. ของดอกสด Helenien 74%, B-Carotene Flavoxanthin; Helenien มีคนกล่าวว่ามีผลทำให้เนื้อเยื่อตาดีขึ้น

ใบ มี Kaempferitrin

เมล็ด  มีน้ำมัน

หมายเหตุ

เภสัชตำรับของเม็กซิโก เคยใช้ช่อดอกและใบต้มน้ำกิน ขับลม และขับปัสสาวะ

ในอินเดียน้ำคั้นจากช่อดอก ใช้ฟอกเลือดและแก้ริดสีดวงทวาร

ในบราซิลใช้ช่อดอกชงน้ำแก้อาการปวดตามข้อ หลอดลมอักเสบ

ใบและช่อดอกชงน้ำกิน ใช้ขับพยาธิ ช่อดอกใช้ภายนอกในโรคตา และแผลเรื้อรังต่าง ๆ ไปใช้พอกฝี ฝีฝักบัว น้ำคั้นจากใบใช้แก้ปวดหู รากใช้เป็นยาระบาย

ในไทยใช้น้ำคั้นจากใบ ผสมน้ำมันมะพร้าวเคี่ยวจนส่วนน้ำระเหยหมดใช้ทาแผลเปื่อยเน่า ฝีต่าง ๆ